# TIME CHEAT SHEET
# 300 5 MIN
# 600 10 MIN
# 900 15 MIN
# 1800 30 MIN
# 2700 45 MIN
#
# 3600 1 HR
# 7200 2 HR
# 10800 3 HR
# 14400 4 HR
# 18000 5 HR
# 36000 10 HR
# 39600 11 HR
# 43200 12 HR
# 46800 13 HR
# 50400 14 HR
# 54000 15 HR
# 86400 24 HR
#
# 86400 1 DAY
# 172800 2 DAY
# 259200 3 DAY
# 345600 4 DAY
# 432000 5 DAY
# 518400 6 DAY
# 604800 7 DAY
#
# 604800 1 WEEK
# 1209600 2 WEEK
# 1814400 3 WEEK
# 2419200 4 WEEK
#
# 2419200 1 MONTH
# 4838400 2 MONTH
# 7257600 3 MONTH
# 9676800 4 MONTH
# 12096000 5 MONTH
# 14515200 6 MONTH
# 16934400 7 MONTH
# 19353600 8 MONTH
# 21772800 9 MONTH
# 24192000 10 MONTH
# 26611200 11 MONTH
# 29030400 12 MONTH
Monthly Archives: April 2011
TIME CHEAT SHEET
My Localhost index
1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 | <? if($_SERVER["REMOTE_ADDR"] != '127.0.0.1') die; if($handle = opendir('.')) { while (false !== ($file = readdir($handle))) { if($file != "." && $file != ".."){ echo "<a href=$file>$file</a><br>\n"; } } closedir($handle); } ?> |
ทำไมผมถึงรักแม่ของผมมาก ?
- หากมีการเขียนชื่อบุคคลอื่นๆ ผิด ผมขออภัย ด้วยนะครับ
เพราะ blog นี้ เขียนขึ้นตามคำเล่า ที่ได้ยินมาจากแม่ บ่อยๆ
แต่แม่ผมไม่ได้อ่านหรอก เพราะ แม่ใช้เน็ต ยังไม่เป็น+ผมแอบเขียน ^^”
- ผมเป็นคนความจำสั้น ดังนั้น เนื่อเรื่องบางช่วง อาจจะ ไม่ตรงตามความเป็นจริง
อาจะเป็นเพราะ ผมไม่ได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ แต่ผมเขียนตามที่จำมาได้คร่าวๆ จากที่ได้ฟังคำที่แม่เล่า
- ในการเขียน blog เล่าเรื่องราวที่ผ่านมาต่างๆ ส่วนมากผมมักจะไม่ค่อยมีลำดับเหตุการณ์
ว่าเรื่องไหน เกิดขึ้นก่อน เรื่องไหนเกิดขึ้นหลัง (เพราะ บางเรื่อง มันนึกได้ หลังจาก โพสไปแล้ว)
ดังนั้น เรื่องเล่าใน blog นี้้เป็นเรื่องเล่าเรื่องราว เกี่ยวกับชิวิต ผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่ผมเรียกท่านว่า “แม่”, “เสด็จแม่”, “คุณนายแดง”, “คุณนายหลอด”, และ ฉายาอีกสารพัด แล้วแต่ ลูกๆ จะตั้งให้
(ไว้จะมาบอก ว่าแต่ละ ฉายา ตั้งให้เพราะอะไร ^^”)
คุณตาของผมจัดได้ว่าเป็นคนใหญ่คนโตของ เขตบ้านนอกๆ แห่งหนึ่ง ของจังหวัด นครศรีธรรมราช
ซึ่ง คุณตา มีที่ดินหลายร้อยไร่ มีบ้านให้เช่า มีร้านค้า เป็นคนดัง รู้จักคนเยอะ
คุณตาและคุณยายมีลูก 7 คน เป็นชาย 5 หญิง 2 และ แม่ผมเป็นลูกคนที่ 5 แต่ถือว่าเป็นลูกสาวคนเล็ก
ดังนั้น คุณตาก็เลยให้เรียนหนังสือแค่ ป.4 เพราะ ในสมัยนั้น มักจะให้ลูกผู้หญิง อยู่บ้าน ดูแลบ้าน
ซึ่งเวลา คุยกะเพื่อนสนิทๆ ผมก็มักจะเล่นมุข ประมาณว่า “แม่ผมอ่ะ จบ ปวช. เชียวนะเฟ้ย”
แล้วค่อยบอกว่า “แต่ ปอวอชอ เนี้ยย่อมาจาก ปอสี่วัดชัน ว่ะ [รร. วัด แถวๆ บ้าน นั่นเอง]”
ถึงแม้ผมจะไม่เคยได้คุยกับคุณตา แต่อย่างน้อยๆ คุณตาผมก็สอนให้ผมรู้ว่า
คนเราเนี้ยต่อให้มีสมบัติมากมายแค่ไหนก็หมดไม่มีเหลือได้ ถ้ามีลูกๆ ที่ไม่ได้เรื่อง !!
เพราะ ลุงๆ ผม เกเร มีเรื่องมีราว หรือ จะหาสินสอดไปแต่งสาวๆ
ในสมัยนั้น เงินสด หลักหมื่น การจะได้มาก็ จะมาจาก ขายที่ดิน
ดังนั้น … ที่ดิน จาก ร้อยกว่าไร่ ก็ขายบ้าง ยกให้ลูกๆ บ้าง และ พอถึงปัจจุบัน
ลูกๆ ก็ได้ ขายกันไปหมด เหลืออยู่แค่เพียง 17 ไร่ ที่ยังเป็นของ ลูกชายคนที่ 6 และ 7
(ซึ่งคนที่ 7 ก็กำลังจะขายภายในไม่กี่เดือนนี้)
กลับมาที่แม่ผมต่อ … จากที่ว่า แม่ผมเป็น ลูกสาวคนเล็ก
ดังนั้น จึง โดน คุณตา หวง และ ถูกตั้งใจจะให้คอยอยู่ดูแล ตอนแก่เฒ่า
ซึ่งที่ดิน รอบๆ บ้าน คุณตายกให้ลูก คนอื่นๆ หมด เหลือที่ดิน 17 ไร่ รอบๆ บ้านเนี้ย ตั้งใจจะยกให้แม่
ซึ่งแม่จะต้องเป็นคนที่ดูแล ตา และ ยายจนวันสุดท้ายของชีวิต
ในสมัยนั้น (ราวๆ 45 ปีที่แล้ว) คุณตาสนิทกับ ท่านข้าหลวง ท่าน ผู้ว่าฯ
ชื่อ นายพัน สายตระกูล เป็น ลูกครึ่ง ไทย-เยอรมัน ได้มาขอแม่ไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม
แต่ก็ทำงานดูแลบ้านทั่วไป กึ่งๆ คนรับใช้แหละ
ดังนั้น สมัย แม่ผมสาวๆ จึงได้อยู่ที่ จวนผู้ว่าฯ และ ใช้ภาษากลาง
ปัจจุบัน จวนผู้ว่าฯ ก็ยังตั้งอยู่ตรงสนามหน้าเมืองเหมือนเดิม
(ซึ่งผมแม่เรียกว่า ผู้ว่าฯ บ้าง ท่านข้าหลวง บ้าง ผมก็ไม่รู้คำศัพท์บางคำ
ผมจึงขอเหมาว่า ท่านข้าหลวง ก็คงจะเป็นคำที่ใช้เรียก ผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วกันนะ)
แม่บอกว่า สมัยนั้น มักจะมี สิ่งของต่างๆ ส่งมาให้ผู้ว่าฯ อยู่เรื่อยๆ
ข้าวสาร อาหารแห้ง กะปิ อาหารทะเล รวมไปถึงพวก ตั๋วมวย ตั๋วเข้างานเดือนสิบ ตั๋วหนังดูฟรีรายปี
(สมัยนั้น เห็นว่ามี 2 วิก ชื่อวิกหลังดาว กะ วิก นิวคิง มั้งผมจำชื่อไม่ค่อยได้ น่ะ)
ซึ่ง ผู้ว่าฯ ก็จะยกให้แม่ผมเก็บไว้ทั้งหมด แต่แม่ผมไม่ค่อยจะไปดูหรอก
เพราะ ส่วนมาก บรรดา ลุงๆ ของผม จะมายืมไปใช้ ตลอด อ่ะ -*-
อ่อ … พอเล่า ถึงเรื่องดูหนัง … ในสมัยแม่ยังเด็กๆ แม่ผมช่วยคุณตาขายของ
และความที่ว่าคุณตาไม่ให้ไปแม่ไหนเองคนเดียวเลย (ซึ่ง สมัยนั้นการเดินทางมันยังลำบาก)
ยกตัวอย่าง การจะไปในเมือง ยังต้อง มาขึ้นเรือ ที่คลอง ท่าใหญ่*
(*ผมไม่แน่ใจว่า ชื่อ ท่าใหญ่ เนี้ย ถูกต้องมั้ยนะครับ แต่ อยู่ ตรงเส้น ทางไป อ.ลานสกา ครับ)
ความที่ว่า ไม่ค่อยได้ไปไหน แม่จึงมีเงินเก็บเยอะ จึง มีครั้งหนึ่ง ที่ บรรดาลุงๆ ขอคุณตา เพื่อพาแม่ไปดูหนังในเมือง
แม่บอกว่า สมัยนั้น ยังเด็กๆ อยู่ แค่ได้ไปในเมืองซักครั้งเนี้ย ดีใจมาก
เลี้ยงขนม เลี้ยงหนัง พวกลุงๆ หมดไปหลายบาท ถ้า ภาษาสมัยนี้ ก็คือ
แม่โดนบรรดาลุงๆ พาไปล้มทับ นั่นเอง
แม่บอกว่า ตอนดูหนังครั้งแรก เนี้ย หนังอ่ะเรื่องอะไรก็ไม่รู้หรอก
แต่ว่า เนื้อเรื่องเนี้ย มันเริ่มจาก “นางเอกเป็นเด็ก->นางเอกโต->นางเอกรักกะพระเอง->จบ”
พอเดินออกจากโรง แม่ก็บอกกับลุงๆ ว่า
“โชคดีนะเนี้ยที่ได้มาดูรอบนี้ ถ้ามาดูรอบก่อนจากนี้ นางเอกก็ยังไม่เกิด … ถ้ามาดูหลังจากรอบนี้ นางเอกคงแก่พอดี แน่ๆ”
(โอ้ว แม่ผมน่ารักมะ … แต่ลุงๆ ได้ฟัง ก็พากันขำกันกระจายอ่ะ)
จนมีอยู่วันหนึ่ง ผู้ว่าฯ ได้ตั๋วดูมวยฟรี มาก็ซึ่งไม่มีใครไปดู
แต่มันอยู่หน้าจวนฯ พอดี แม่ก็เลยไปดูเล่นๆ แล้ว แม่ ก็ได้เจอกับ พ่อ
ซึ่งพ่อขึ้นไปชกมวย แลกเงิน ในวันนั้นนั่นเอง
พ่อผมเป็นคน สุราษฯ อายุน้อยกว่าแม่ 1 ปี ซึ่งหนีออกจากบ้าน
แม่บอกว่า แต่ก่อนตอนพ่อเด็กๆ เห็นปู่บอกว่า พ่ออ่ะซนมาก หนีออกจากบ้านบ่อยๆ
จนวันหนึ่ง คุณปู่จับพ่อมัด แล้วพาไปหา หลวงพ่อคล้าย (พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์)
แล้ว พ่อก็โดน พ่อท่านคล้าย เคาะหัว แล้วบอกว่า ต่อไปอย่าซน และ ตั้งใจเรียนล่ะ
ซึ่งหลังจากนั้น พ่อก็หายซน และ ตั้งใจเรียนขึ้นมาซะงั้น
(แค่โดนเคาะหัวแล้วตั้งใจเรียนเนี้ย ผมอยากโดนเคาะมั่งจัง)
ในตอนที่แม่กะพ่อเจอกันนั้น พ่ออาศัยอยู่วัด+เรียนโรงเรียน อะไร ซักอย่างในเมือง
แต่สงสัยว่า ด้วยความที่พ่อผมหน้าตาดี ผิวขาว .. แม่ผมก็เลย รักแบบ หลงเลย
ใครจะห้ามยังไงก็ไม่ฟัง ซึ่ง ทั้งคุณตา ทั้งผู้ว่าฯ ต่างห้ามไม่ให้คบกัน
เพราะ พ่อไม่มีอะไรเลย ยังเรียนอยู่ ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า
และ ต่างฝ่ายต่างเด็กกันทั้งคู่ (อายุน่าจะ 16-17 อยู่มั้ง)
ผู้ว่าฯ ก็เลยให้แม่ ออกจาก จวนผู้ว่าฯ เพราะ แม่ดื้อไม่ยอมฟัง
พอกลับมาบ้าน คุณตาก็ขังแม่ไว้ในห้อง ไม่ให้ออกไปไหน
พ่อก็เลยนัดแม่ให้หนีตาม .. ซึ่งแม่ได้หนีตามพ่อ
ไปแอบอยู่บ้านญาติของพ่อ ที่สุราษฯ .. และพ่อก็ไปเป็นกระเป๋ารถสองแถว (จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ ครั้งที่ 1)
แม่บอกว่า คุณตาโกรธมาก ถึงกับกล่าวมาด้วยประโยคที่ว่า “ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า ตายอย่ามาเผาผี”
ในตอนนั้น ลำบากมาก เงินก็ไม่มี ค่าจ้างก็น้อย .. และก็เริ่มจะท้องพี่ปิ๊ก (พี่ชายคนโตผม)
แล้ว บรรดาลุงๆ ก็ไปตามจนเจอแม่ และรับตัวแม่กลับมาอยู่บ้าน
ซึ่งตอน นั้น พ่อก็ตามมาด้วย ทั้งสอง ก็เลยไปอยู่กันที่ กระท่อมปลายสวนยาง
ก็สวนของคุณตานั่นแหละ แต่ก็ไกลจากบ้าน หลายกิโล
(แม่บอกว่า ตอนนั้น แม่แอบส่งเงินให้ พ่อเรียน จน พ่อเรียนจบ ตอนนั้น
น่าจะจบ มศ.3 มั้งผมจำไม่ได้ และ ก็ไม่ได้ถามว่า จบก่อนโดนเนรเทศหรือป่าว)
พอพี่ปิ๊กใกล้จะคลอด ลูกพี่ลูกน้อง ของคุณตา ก็เลยมาขอร้อง ให้แม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้าน
ส่วนพ่อก็ได้มาอยู่ที่บ้านเช่าที่ คุณตา เป็นเจ้าของ (อยู่ ข้างๆบ้านใหญ่)
พอพี่ปิ๊กคลอด รู้สึกว่า พ่อจะไป สอบ พลตำรวจ ที่ทุ่งสง ติด และ ถูกคัดเลือก ติด 1 ใน 10 คน
ที่จะต้องมาเป็น ตำรวจพลร่ม ที่ อ.หัวหิน พ่อก็เลย ต้องมาฝึก ที่หัวหิน
ตอนพ่อกำลังจะฝึกเสร็จ พ่อเขียนจดหมายมาหาแม่ บอกว่าให้แม่หนีมาหาที่หัวหิน (จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ ครั้งที่ 2)
แม่บอกว่า ในตอนนั้น หัวหินอยู่ไหนก็ไม่รู้จัก การเดินทางสมัยนั้นก็มีแต่ ทางรถไฟ
ก็เลยไปถามทางกะลุงที่เป็นทหาร ใกล้ๆ บ้าน (ผมจำชื่อลุงคนนี้ที่แม่เล่า ไม่ได้ แต่จำได้ว่า เค้าเป็น ทหารที่ ค่ายตรง ปราณบุรี)
เค้าเลยตอบว่า สถานีปราณฯ ก่อน (ซึ่ง จริงๆ มันยังอีกหลายสถานีเลย _ _”)
แม่บอกว่า ในตอนนั้นนี่ คิดในใจว่า พ่อได้เป็นตำรวจ มีเงินเดือน (แต่ไม่รู้หรอกว่าเงินเดือนเท่าไหร่ – -”)
แม่ก็เลยขายหมูที่เลี้ยงไว้ 1 ตัว ได้เป็นเงิน 350 บาท
หมูบ้านนอกๆ สมัยก่อน เลี้ยงด้วย พวก หัวบอน ผัก หยวกกล้วย เอามาสับๆๆๆ ผสมกับรำข้าว
แล้วต้ม ซึ่งเลี้ยงกันเป็นปี ถึงจะขายได้ แล้วก็ไม่ได้ขายเป็นกิโล แต่ขายกันเป็นตัว เรียกว่า หมูหุ้น
สรุปช่อง slot ในตัวของแม่ประกอบไปด้วย
-น้ำกินไป 1 ขวด (ขวดแก้ว)
-เงินจากการขายหมู 350 บาท (จ่ายค่าตั๋วรถไฟแล้วไม่รู้เหลือเท่าไหร่)
-ผ้าถุง 1 ผืน
-พี่ปิ๊ก ที่อายุราวๆ 8-9 เดือน
-กระโถน เอาไว้ใส่ ฉี่-อึ๊ พี่ปิ๊ก ในรถไฟ (item ชิ้นนี้ ไม่รุ้ของรถไฟ หรือ ของแม่)
ซึ่ง แม่ก็ไม่ได้บอกว่า พาเสื้อผ้าไปกี่ชุดนะ และ ของอื่นๆ ก็ไม่ได้ เล่าลงรายละเอียดมา เท่าซักไหร่
… และแล้ว แม่ก็ได้ขึ้นรถไฟมุ่งหน้าสู่หัวหิน โดยที่ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน !! (เสียด๊าย google earth เกิดไม่ทันยุคของแม่ผมซะนี่)
( ปัจจุบัน แม่บ่นว่า ถ้าสมัยนี้ใครจะหนีตามกันเนี่ย แม่จะห้ามไม่ให้ไปสุดตัวอ่ะ ^^” )
ขอจบแค่นี้ก่อน … เพราะ เรื่องราว ดราม่า ของ หญิงแกร่ง นั้นเพิ่งเริ่มหลังจากรถไฟขบวนนี้ ต่างหาก !!









